ประวัติความเป็นมา

          มีตำนานเมืองเล่าว่า ได้มีชาวอินเดียคณะหนึ่ง นำไพร่พลสมัครพรรคพวกประมาณ 30,000 คน โดยมีผู้นำสองคน คือพราหมณ์โมลีผู้พี่ และพราหมณ์มาลาผู้น้อง เข้ามาพร้อมกับอาจารย์อีก 2 ท่าน คือพระพุทธคัมเภียร และพระพุทธสาคร นำพระพุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศ์นิกายหินยานเข้ามาสู่ประเทศเพื่อค้นหาพระบรมธาตุ ซึ่งตามคัมภีร์ของลังกาบอกว่าอยู่ที่หาดทรายแก้ว และหวังจะตั้งอาณาจักรอย่างอินเดียในยุคนั้นด้วย ชาวอินเดียคณะนี้เดินทางมาทางเรือโดยขึ้นบกที่เมืองตะโกลา (ปัจจุบันคือ อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ) และได้ล่องเรือมาตามลำน้ำตะกั่วป่าข้ามเขาศกจนถึงคลองพุมดวงจึงตั้งบ้านเมืองที่บ้านรอบ และได้ตั้งชื่อเมืองว่า เมืองระวะตี (บางท่านว่าทวาราวดี) ได้สถาปนาพราหมณ์โมลีผู้พี่เป็นกษัตริย์ ทรงพระนามว่า “พระเจ้าศรีธรรมโศกราช” แต่เมืองนี้อยู่ได้ไม่นานก็เกิดไข้ห่าระบาดขึ้น จำเป็นต้องอพยพผู้คนไปตั้งเมืองใหม่ ล่องเรือตามลำน้ำตาปี จนมาถึงสถานที่แห่งหนึ่งใกล้ริมแม่น้ำตาปีและคลองตาล เห็นว่าเป็นหาดทรายแก้วคิดว่า ตรงนี้น่าจะเป็นที่ฝังพระธาตุ และมีชัยภูมิเหมาะสมจึงได้ตั้งเมืองขึ้น

“เมืองเวียงสระ” นี้ตั้งอยู่เป็นเวลานาน มีความเจริญมาก ได้สร้างบ้านแปลงเมืองแบ่งเมืองออกเป็น 2 เมือง ให้พรามณ์โมลีผู้พี่ครองเมืองชั้นใน พราหมณ์มาลาผู้น้องครองเมืองชั้นนอก พระพุทธคัมเภียรอยู่วัดใน พระพุทธสาครอยู่วัดนอก สร้างทุ่งนาหลวง (นาทุ่งหลวงปัจจุบัน) เมื่อสร้างที่นามากแล้วก็ได้สร้างวัดขึ้นวัดหนึ่งชื่อ “วัดนาพอ” ต่อมาเมืองเวียงสระเกิดไข้ห่าผู้คนย้ายหนีไปอยู่เขาชวาปราบ (อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่) อยู่ที่นั้นจนเห็นว่าไข้ห่าหมดแล้วก็กลับมาเมืองเวียงสระอีก ต่อจากนั้นมีนายพรานคนหนึ่งชื่อพรานสุรีย์ ไปพบพระบรมธาตุเข้า พระยาศรีธรรมโศกราชจึงยกไพร่พลช้างม้าไปสร้างพระธาตุที่เมืองนครศรีธรรมราช และครองเมืองต่อไป ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าต่อกันมาว่า ก่อนไปมีคำสั่งเสียของพระยาศรีธรรมโศกราชว่า ถ้าหากเมืองนครศรีธรรมราชล่มจมให้นำสมบัติจากเมืองเวียงสระไปกู้เมืองนคร

 

ช่วงเวลา ฤดูกาลที่เหมาะแก่การ

  • เข้าชมได้ตลอดทั้งปี

 

พิกัดที่ตั้ง 

  • ตั้งอยู่ในพื้นที่วัดเวียงสระ หมู่ 7 ตำบลเวียงสระ อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฏร์ธานี
Q การเข้าถึง

จากตัวเมืองสุราษฎร์ธานี โดยทางรถยนต์ ระยะทาง 69 กิโลเมตร ถึงสี่แยกบ้านส้องเลี้ยวขวา ไปอีก 300 เมตรแล้วขวาอีกครั้งตรงไปจนสุดถนน เข้าสู่พื้นที่วัดเวียงสระ อำเภอเวียงสระ

Q กิจกรรมการท่องเที่ยวในพื้นที่

ศึกษาประวัติศาสตร์ของแหล่งอารยะธรรมโบราณ อาวุธ เครื่องมือเครื่องใช้ ดังนี้
1. เทวรูปพระวิษณุ พบจำนวน 2 องค์ ได้แก่ พระวิษณุศิลา สกุลช่างปัลลวะ สูง 148 เซนติเมตร อายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 12 พระหัตถ์ขวาอาจทรงถือภู (ก้อนดิน) พระหัตถ์ซ้ายทรงถือคฑาแนบพระองค์ และพระวิษณุศิลา สกุลช่างโจฬะ สูง 53 เซนติเมตร อายุประมาณครึ่งหลังพุทธศตวรรษที่ 16 พระหัตถ์ขวาหลังทรงถือสังข์ พระหัตถ์ซ้ายหลังทรงถือจักรโดยวางบนพระดัชนี พระหัตถ์ขวาทรงแสดงปางประทานอภัย พระหัตถ์ซ้ายหน้าวางไว้ที่พระโสภี (องค์จริงจัดแสดงที่พิพิธฑสถานแห่งชาติพระนคร)
2. พระพุทธเจ้าศากยมุนี ศิลาสลักนูนสูง สูง 16.50 เซนติเมตร อายุราวพุทธศตวรรษที่ 11 พบโดย ดร. ควอริทซ์ เวลส์ นักโบราณคดีชาวอังกฤษ จากการสำรวจและขุดค้น ได้พบแนวอิฐซึ่งน่าจะเป็นฐาน ศาสนสถานกลางเมืองเวียงสระ พระหัตถ์ขวาแสดงปางประทานพร พระพุทธรูปองค์นี้มีลักษณะคล้ายคลึงกับประติมากรรมในศิลปะสมัยคุปตะ สกุลช่างสารนาถ (องค์จริงจัดแสดงที่พิพิธฑสถานแห่งชาติพระนคร)
3. พระศิวะไภรวะ เป็นประติมากรรมนูนสูงทำด้วยหินทรายรูปพระศิวะปางดุร้าย สูงประมาณ 51.50 เซนติเมตร อยู่ในลักษณะเปลือย มีสุนัขเป็นพาหนะ พระหัตถ์ซ้ายหน้าทรงถือถ้วยทำจากกระโหลกศีรษะ พระหัตถ์ขวาหน้าทรงเชือก พระหัตถ์ซ้ายหลังทรงตรีศูล และพระหัตถ์ขวาหลังทรงบัณเฑาะว์ (กลอง) อิทธิพลศิลปะอินเดียสกุลช่างโจฬะตอนต้น อายุพุทธศตวรรษที่ 15-16 (องค์จริงจัดแสดงที่ พิพิธฑสถานแห่งชาติพระนคร)
4. เทพีอุ้มโอรส ทำด้วยดินเผา สูง 22 เซนติเมตร กำหนดอายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 16-17 คล้ายเทพีอุ้มโอรสที่เกาะคอเขา อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา
5.ฐานรูปเคารพ ทำด้วยหินทรายแดง สูง 50 เซนติเมตร กว้างยาวด้านละ 45 เซนติเมตร ด้านบนมีรางน้ำมนต์ ด้านข้างมีการแกะสลักลวดลายเป็นชั้นๆ อย่างสวยงาม
6. พระพุทธรูปหินทรายแดง พบเป็นกลุ่มตั้งกระจัดกระจายเรียงรายอยู่บริเวณทางด้านทิศเหนือของอุโบสถเก่าและบริเวณโบราณสถานภายในเมืองเวียงสระ ลักษณะทางพุทธศิลป์เป็นศิลปะสมัยอยุธยา
     - ร่วมประเพณีท้องถิ่น ได้แก่ ประเพณีเข้าฐาน
     - ชมแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น ได้แก่ การตีดาบโบราณ การแสดงมโนราห์ สวนสมุนไพรไทย

Q สิ่งอำนวยความสะดวกในแหล่งท่องเที่ยว

1. มีสถานที่จอดรถ
2. มีป้ายบอกเส้นทาง และแผนที่ท่องเที่ยวพื้นที่ใกล้เคียง
3. มีร้านค้าชุมชน

Q กฎระเบียบ ข้อกำหนด แนวปฏิบัติของพื้นที่

1. แต่งกายสุภาพเหมาะสมต่อการเดินสำรวจโบราณสถาน
2. ไม่ควรส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่น
3. ควรใช้มัคคุเทศก์ท้องถิ่นเพื่อให้ได้ข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวที่ถูกต้องชัดเจน

Q สินค้าและของฝากชุมชน

1. ขนมแปรรูปจากผลไม้พื้นเมือง ผลิตผลทางการเกษตร
2. ลูกปัดมโนราห์ สร้อยข้อมือลูกปัด

Q แหล่งท่องเที่ยวเชื่อมโยง

1. วัดเวียงสระ
2. ชุมชนเศรษฐกิจพอเพียงบ้านคลองเสียว
3. น้ำตกธารทิพย์ น้ำตกคลองคันเบ็ด น้ำตก 357 อุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น

Q จำนวนนักท่องเที่ยว

1. ยังไม่ได้มีระบบจัดเก็บสถิตินักท่องเที่ยว
2. นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่มาศึกษาเป็นหมู่คณะ และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม

Q ข้อมูลการติดต่อประสานงาน

เทศบาลตำบลเวียงสระ 077-362056